BYD (Build Your Dreams) เป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พวกเขาทิ้งเครื่องยนต์สันดาปเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา และ ก้าวสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และ ปลั๊กอินไฮบริดเต็มรูปแบบ

โดยเฉพาะในปี 2022 BYD ขึ้นแท่นอันดับ 1 ผู้นำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสะสมประจำปี 2022 พวกเขามียอดขายสูงสุด 4 ใน 10 อันดับแรกๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน แต่หากรวมปลั๊กอินไฮบริด BYD จะมีรถยนต์กว่า 7 ใน 10 ของรถยนต์ขายดีที่สุดในจีนประจำปี 2022

ในเดือนพฤษภาคม BYD ขายรถยนต์ไฟฟ้ารวม 114,183 คัน คาดการณ์ 12 เดือน หรือภายในปีนี้จะมียอดขายสะสม 1.37 ล้านคัน และ ทำให้ BYD มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสะสม 3 ล้านคันก่อนสิ้นปีนี้ (ปัจจุบัน BYD มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสะสม 2 ล้านคัน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา)

ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปีแห่งการพัฒนาแบตเตอรี่ BYD เปิดตัวกว่า 70 ประเทศ 400 เมือง และ ขายรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 1.9 ล้านคัน ลดการปล่อย C02 กว่า 11 ล้านตัน เท่ากับการปลูกต้าไม้ 896 ล้านต้น (2 มิถุนายน 2022)

Blade Battery 

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ BYD Blade ได้รับการพัฒนามาหลายปี พร้อมกับเคมิลิเธียมไออน ฟอสเฟต (LFP) แทนการผสมนิกเกิลแมงกานีสโคบอลต์ (NMC) แทนที่จะมีหลายโมดูล BYD Blade Battery จะจัดเรียงเซลล์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้ประหยัดพื้นที่มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆ

  • Blade Battery ของ BYD ถูกออกแบบในลักษณะ cell-to-pack technology (CTP) ซึ่งทำให้มีความหนาแน่นของพลังงานที่ค่อนข้างสูง ด้วยการแพ็คโดยตรงไม่คต้องแพ็คเซลล์ลงโมดูลก่อน ทำให้ไม่เสียพื้นที่ในการใช้งาน
  • เทคโนโลยี CTP ชุดแบตเตอรี่จะถูกประกอบโดยตรงจากเซลล์โดยไม่ต้องใช้โมดูล ปัจจุบันมีผู้ผลิตแบตเตอรี่หลายรายกำลัผลิตแบบนี้ เช่น BYD Auto, CATL, LG Chem และ SVOLT

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ CTB

CTB คือ Cell to Body แบตเตอรี่จะถูกรวมเข้ากับโครงสร้างด้านล่างของตัวรถโดยตรง ซึ่งช่วยลดพื้นที่ในการใช้งาน และ ปลอดภัยมากขึ้น

เทคโนโลยี CTB ได้ผ่านการทดสอบ ค่อนข้างหนัก เช่น นำรถบรรทุกหนัก 50 ตันเหยียบแบตเตอรี่ แต่ก็ไม่มีความเสียหาย รวมทั้งการทดสอบความร้อนอื่นๆ ที่เกินมาตรฐาน

การออกแบบนี้ทำให้มีความแข็งแกร่งในการบิดตัวของตัวเครื่องเพิ่มขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการออกแบบทั่วไปและมากกว่า 40,000 นิวตันเมตร/°

เทคโนโลยี CTB หรือ Cell to Body ของ BYD ได้เปลี่ยนจากโครงสร้าง ของแบตเตอรี่เป็นโครงสร้างส่วนหนึ่งของรถยนต์ ซึ่งรวมพื้นตัวถังและฝาครอบด้านบนของแบตเตอรี่เข้าด้วยกัน

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ CTB ไม่เพียงช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของชิ้นส่วนโครงสร้างในส่วนล่าง ให้สามารถมีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างเพื่อป้องกันการชนด้านหน้า ด้านข้าง
สำหรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CTB จะถอดแบตเตอรี่ยาก และ แตกต่างจาก เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ของ NIO

เนื่องจากการสลับแบตเตอรี่ต้องมีชุดแบตเตอรี่ที่อิสระ และ สามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว CTB ใช้ปริมาณแบตเตอรี่ขนาดกะทัดรัด ทำให้เกิดพื้นที่ใช้งานภายในรถเพิ่มขึ้น น้ำหนักรถที่เบากว่า ค่าสัมประสิทธิ์การลากที่ต่ำกว่า และแรงต้านการหมุนที่น้อยลง

ดังนั้นจะเห็นว่า CTB มีจุดประสงค์ในการใช้งาน และ ช่วยเพิ่มระยะต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ได้ดีกว่า ตรงกันข้ามกับเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และตัวเชื่อมที่ซับซ้อน ยุ่งยาก และ ทำให้น้ำหนักมาก

ความยากในการพัฒนาเทคโนโลยี CTB ซับซ้อนเพื่อให้บรรลุการผลิตจำนวนมาก จำเป็นต้องมีส่วน R&D หลักสองส่วน ได้แก่ ระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้า และ การพัฒนาโครงสร้าง

BYD ซื้อเหมืองแร่ลิเธียม 6 แห่ง ในแอฟริกา

ลิเธียม เป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ของการผลิตแบตเตอรี่ และ ล่าสุดทาง BYD กำลังอยู่ในการเจรจา เพื่อขอซื้อเหมืองลิเธียมในแอฟริกา 6 แห่ง

การเจรจาดังกล่าว ทำให้ BYD คาดการณ์ว่า หากสำเร็จ จะทำให้ BYD มีแบตเตอรี่เพียงพอในไตรมาสที่ 3 และ ไตรมาสต่อๆไป ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น

ตามการคำนวณของ BYD เหมืองลิเธียม 6 แห่งมีแร่มากกว่า 25 ล้านตันโดยมีเกรดลิเธียมออกไซด์ 2.5% ซึ่งหมายความว่า มีลิเธียมคาร์บอเนตมากถึง 1 ล้านตันตามรายงาน

ฺBYD ต้องการให้ราคาของลิเธียมคาร์บอเนตต่อตันต้องต่ำกว่า 200,000 หยวน ปัจจุบันราคาลิเธียมคาร์บอเนตต่อตันสูงถึง 470,000 หยวน แม้ว่าลดลงในเดือนนี้ แต่มันก็ยังคงแพง

หากแร่ทั้งหมด 25 ล้านตันจากเหมืองในแอฟริกาถูกขุด มันจะเพียงพอสำหรับรถยนต์กว่า 27.78 ล้านคันด้วยแบตเตอรี่ 60 kWh รายงานของ The Paper

หากพิจารณารถไฮบริดที่มีความจุแบตเตอรี่เพียง 10 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง แร่ดังกล่าวจะเพียงพออย่างมากมาย

ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า เหมืองแร่ทั้ง 6 แห่งสามารถตอบสนองความต้องการของการผลิตแบตเตอรี่ BYD ได้ซึ่งพวกเขาเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับ 3 ของโลก รองจาก LG และ CATL อาจหมายความว่าปัญหาขาดแคลนแบตเตอรี่ไฟฟ้าอาจคลี่คลายในทศวรรษหน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published.