ทดสอบวิ่ง Chery OMODA5 รุ่นพวงมาลัยขวา สันดาป 1.6T
การทดสอบวิ่ง Chery OMODA5 รุ่นพวงมาลัยขวา สันดาป 1.6T

ล่าสุดมีการทดสอบวิ่ง Chery OMODA5 รุ่นพวงมาลัยขวา ซึ่งเป็นรถยนต์ที่กำลังเปิดตัวนนอกประเทศจีน ในรุ่นเบนซิน 1.6T นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นที่ส่งออกในตลาดต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งพวงมาลัยซ้าย และ พวงมาลัยขวา

ไม่ต้องตกใจ Chery OMODA5 ยืนยันว่าประเทศไทยจะเป็นเวอร์ชั่นไฟฟ้า BEV 100% แต่หากมีรุ่นสันดาปอย่าง 1.6T ให้เลือก ก็ไม่น่าแปลกใจเช่นกัน หากราคาไม่แรง ซึ่งจะเปิดตัวในปีหน้า เพราะตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา

สำหรับรถที่ทดสอบวิ่ง คือ Chery OMODA5 รุ่นพวงมาลัยขวาไม่จำหน่ายในจีน เพราะประเทศจีนขับซ้าย รุ่นดังกล่าวได้รับการออกแบบไม่ได้แตกต่างจากจีน นอกจากนี้เราจะเห็นโลโก้ 290T แสดงถึงรุ่น 1.6TGDI พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ปัจจุบัน Chery มีสายการประกอบ CKD ในปากีสถาน (ประเทศนี้ขับขวาเหมือนไทย) ซึ่งคาดว่ารุ่น 1.6T จะเปิดตัวในปากีสถาน และ สำหรับไทยพร้อมเปิดตัวรุ่นไฟฟ้าภายในปีนี้

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 GDI ให้กำลัง 194 แรงม้า แรงบิต 290 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 7 DCT สำหรับรุ่นไฮบริด จะเปิดตัวตามมาทีหลัง บนขุมพลัง 1.5T+CVT ในประเทศจีน

คอนเซ็ปต์การออกแบบ Art in Motion ของ Chery ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยผสานเข้ากับการเปลี่ยนรูปลักษณ์ที่ทำให้คล่องตัวและทรงพลังมากขึ้น โดยอาศัยการสร้างสรรค์จากความสมดุลของแสงและเงาเป็นหลัก

ด้านหน้าของตัวรถยนต์ OMODA 5 ถูกออกแบบด้วยโครงสร้างไร้ขอบที่ผสานลงตัวกับกระจังหน้าทรงเพชร เพิ่มการมองเห็นที่เด่นชัดมากขึ้น นับเป็นดีไซน์ที่ลงตัวอย่างชาญฉลาด ขอบโครงรถเชื่อมระหว่างตัวถังส่วนหน้าและหลังคารถเข้าด้วยกันอย่างไร้ที่ติ นอกจากนี้ สปอยเลอร์ปีกหลังของรถถูกออกแบบสองชั้นอย่างล้ำยุคเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการขับขี่และช่วยในการระบายอากาศของรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ

การออกแบบคัลเลอร์บล็อกกิ้ง (color-blocking) หรือการเลือกสีที่ตัดกันอย่างสุดขั้วมาแมชกันเกิดลุคใหม่ที่แปลกตาทั้งภายนอกและภายใน ไฟหน้าแบบแยกกัน โดยใช้ไฟ LED ทรงตัว T สำหรับวิ่งกลางวัน ส่วนไฟท้ายรถใช้หลอดไฟ LED แบบ urban ที่จะช่วยเสริมความโดดเด่นและแตกต่างจากไฟหน้า นอกจากนี้ ยังใช้ล้อแม็กซ์สีตัดกันขนาด 18 นิ้ว

ภายในออกแบบหรูหราเช่นกัน มาพร้อมโทนขาว-ฟ้า ตกแต่งขอบด้วยเส้นสีเหลือง เบาะนั่งคนขับสีฟ้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน หน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 24.6 นิ้ว ติดตั้งระบบอัจฉริยะเทคโนโลยี Lion 5.0 AI ระบบเสียงจาก SONY และ ไฟบรรยากาศ 64 สี

Chery OMODA5 จะเน้นในกลุ่มตลาดโซนใต้ของประเทศจีน โดยเฉพาะในแถบอาหรับ และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับอินเดียรุ่นนี้ไม่จำหน่าย

Chery OMODA 5 EV จำหน่ายในประเทศไทยปีหน้า

ข้อมูลเกี่ยวกับรถเบื้องต้น ให้กำลัง 201 แรงม้า แรงบิต 323 นิวตัน-เมตร สามารถวิ่งได้ 500 กม./ชาร์จ NEDC ชาร์จช้า AC 5 ชั่วโมง ชาร์จเร็ว DC 30 – 80% SOC ภายใน 40 นาที

สำหรับตลาดไทย Chery จะเปิดตัวรถรุ่นนี้ในเวอร์ชันรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่พวงมาลัยขวา โดยวิ่งได้ไกลกว่า 500 กม. พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+ และระบบช่วยผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เพื่อยกระดับความปลอดภัย

OMODA 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ศิลปะขับเคลื่อน (Art in Motion) เป็นรถยนต์ B-SUV รุ่นแรกของค่ายที่ใช้การออกแบบ Art in Motion ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบน้ำมันเบนซินและพลังงานไฟฟ้าพร้อมโหมดการขับขี่แบบ 2WD และ 4WD ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุดระดับห้าดาวจากการทดสอบในหลากหลายประเทศ

โอโมด้า 5 แฝงด้วยยีนที่มีความเป็นสากล 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาระดับสากล มาตรฐานระดับสากล คุณภาพระดับสากล ชื่อเสียงระดับสากล และการเปิดตัวในระดับสากล ซึ่งได้มาตรฐานระดับ 5 ดาวซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของโครงการประเมินรถใหม่ของยุโรป (E-NCAP) ออสเตรเลีย (A-NCAP) จีน (C-NCAP) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN-NCAP) ไปจนถึงอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (L-NCAP) ส่วนในแง่ของขนาดตัวรถนั้น 

ขนาดตัวถัง OMODA 5

  • ยาว 4400 มม. 
  • กว้าง 1824 มม.
  • สูง 1588 มม.
  • ฐานล้อ 2630 มม.

โดย Chery คาดว่า จะเปิดตัวรถรุ่นนี้ในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลกภายในปี 2565 ทั้งในเอเชีย อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป ในช่วงแรก ๆ ของการพัฒนารถรุ่นนี้ OMODA 5 ถูกออกแบบมาให้ตรงตามมาตรฐานการชนระดับสากลรวม 5 รายการ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนและรูปแบบการขับขี่หลากหลายประเภท ซึ่งรวมถึงพลังงานรูปแบบใหม่ ๆ นอกจากนี้ Chery ยังได้วางระบบบริหารจัดการการผลิตรวมที่เป็นมาตรฐานในระดับสากลอย่าง CPS (Chery Production System) และได้กระชับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบรรดาซัพพลายเออร์ระดับโลก เพื่อยกระดับสมรรถนะยานยนต์ทั้งกระบวนการให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ปัจจุบัน Chery เปิดตัว โชว์รูมแห่งแรกในไทย โดย บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร์ จำกัด ในเครือไทยยานยนตร์กรุพ เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ เชอรี ระดับมาตรฐานพรีเมียมแห่งแรกของประเทศไทย ณ ถนนสุขุมวิท ซอย 87 โดยตั้งเป้าเปิดศูนย์บริการและโชว์รูมในปีแรกกว่า 20 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด

โชว์รูมและศูนย์บริการ เชอรี แห่งแรก ประกอบด้วย ส่วนการขาย การให้บริการหลังการขาย สตอคอะไหล่ รวมทั้งศูนย์ซ่อมตัวรถ และศูนย์ซ่อมสี พร้อมบริการแบบ “PERSONALIZED SERVICE” ให้บริการตลอด 24 ชม. พร้อมการรับประกันอะไหล่ และตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กม. ศูนย์บริการสามารถรองรับรถได้เดือนละ 200 คัน ทั้งรถยนต์ในเครือและนอกเครือ ด้วยทีมช่างกว่า 30 คน

OMODA 5  ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ตอกย้ำความทันสมัยด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบใหม่ล่าสุด ช่วยลดแรงต้านของรถบนถนน ทำให้ความเร็วสูงสุดของรถและประสิทธภาพในการขับขี่เพิ่มขึ้น

กรุงเทพฯ—18 เม.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา รถเอสยูวีรุ่นเชอรี โอโมด้า 5 (Chery OMODA 5) คันแรกของโลกได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการจากสายการผลิตที่สำนักงานใหญ่ของเชอรี รถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีโลกอนาคตรุ่นนี้ ได้รับการออกแบบเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ทั่วโลก พร้อมแบตเตอรี่ไฟฟ้า วิ่งได้ไกลกว่า 500 กม./ชาร์จ

ข้อมูลเกี่ยวกับรถเบื้องต้น ให้กำลัง 201 แรงม้า แรงบิต 323 นิวตัน-เมตร สามารถวิ่งได้ 506 กม./ชาร์จ NEDC ชาร์จช้า AC 5 ชั่วโมง ชาร์จเร็ว DC 30 – 80% SOC ภายใน 40 นาที

สำหรับตลาดไทย Chery จะเปิดตัวรถรุ่นนี้ในเวอร์ชันรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่พวงมาลัยขวา โดยวิ่งได้ไกลกว่า 500 กม. พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+ และระบบช่วยผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เพื่อยกระดับความปลอดภัย

OMODA 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ศิลปะขับเคลื่อน (Art in Motion) เป็นรถยนต์ B-SUV รุ่นแรกของค่ายที่ใช้การออกแบบ Art in Motion ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบน้ำมันเบนซินและพลังงานไฟฟ้าพร้อมโหมดการขับขี่แบบ 2WD และ 4WD ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุดระดับห้าดาวจากการทดสอบในหลากหลายประเทศ

โอโมด้า 5 แฝงด้วยยีนที่มีความเป็นสากล 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาระดับสากล มาตรฐานระดับสากล คุณภาพระดับสากล ชื่อเสียงระดับสากล และการเปิดตัวในระดับสากล ซึ่งได้มาตรฐานระดับ 5 ดาวซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของโครงการประเมินรถใหม่ของยุโรป (E-NCAP) ออสเตรเลีย (A-NCAP) จีน (C-NCAP) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN-NCAP) ไปจนถึงอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (L-NCAP) ส่วนในแง่ของขนาดตัวรถนั้น 

ขนาดตัวถัง OMODA 5

  • ยาว 4400 มม. 
  • กว้าง 1824 มม.
  • สูง 1588 มม.
  • ฐานล้อ 2630 มม.

โดย Chery คาดว่า จะเปิดตัวรถรุ่นนี้ในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลกภายในปี 2565 ทั้งในเอเชีย อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป ในช่วงแรก ๆ ของการพัฒนารถรุ่นนี้ OMODA 5 ถูกออกแบบมาให้ตรงตามมาตรฐานการชนระดับสากลรวม 5 รายการ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนและรูปแบบการขับขี่หลากหลายประเภท ซึ่งรวมถึงพลังงานรูปแบบใหม่ ๆ นอกจากนี้ Chery ยังได้วางระบบบริหารจัดการการผลิตรวมที่เป็นมาตรฐานในระดับสากลอย่าง CPS (Chery Production System) และได้กระชับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบรรดาซัพพลายเออร์ระดับโลก เพื่อยกระดับสมรรถนะยานยนต์ทั้งกระบวนการให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ปัจจุบัน Chery เปิดตัว โชว์รูมแห่งแรกในไทย โดย บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร์ จำกัด ในเครือไทยยานยนตร์กรุพ เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ เชอรี ระดับมาตรฐานพรีเมียมแห่งแรกของประเทศไทย ณ ถนนสุขุมวิท ซอย 87 โดยตั้งเป้าเปิดศูนย์บริการและโชว์รูมในปีแรกกว่า 20 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด

โชว์รูมและศูนย์บริการ เชอรี แห่งแรก ประกอบด้วย ส่วนการขาย การให้บริการหลังการขาย สตอคอะไหล่ รวมทั้งศูนย์ซ่อมตัวรถ และศูนย์ซ่อมสี พร้อมบริการแบบ “PERSONALIZED SERVICE” ให้บริการตลอด 24 ชม. พร้อมการรับประกันอะไหล่ และตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กม. ศูนย์บริการสามารถรองรับรถได้เดือนละ 200 คัน ทั้งรถยนต์ในเครือและนอกเครือ ด้วยทีมช่างกว่า 30 คน

OMODA 5  ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ตอกย้ำความทันสมัยด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบใหม่ล่าสุด ช่วยลดแรงต้านของรถบนถนน ทำให้ความเร็วสูงสุดของรถและประสิทธภาพในการขับขี่เพิ่มขึ้น

คอนเซ็ปต์การออกแบบ Art in Motion ของ Chery ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยผสานเข้ากับการเปลี่ยนรูปลักษณ์ที่ทำให้คล่องตัวและทรงพลังมากขึ้น โดยอาศัยการสร้างสรรค์จากความสมดุลของแสงและเงาเป็นหลัก

ด้านหน้าของตัวรถยนต์ OMODA 5 ถูกออกแบบด้วยโครงสร้างไร้ขอบที่ผสานลงตัวกับกระจังหน้าทรงเพชร เพิ่มการมองเห็นที่เด่นชัดมากขึ้น นับเป็นดีไซน์ที่ลงตัวอย่างชาญฉลาด ขอบโครงรถเชื่อมระหว่างตัวถังส่วนหน้าและหลังคารถเข้าด้วยกันอย่างไร้ที่ติ นอกจากนี้ สปอยเลอร์ปีกหลังของรถถูกออกแบบสองชั้นอย่างล้ำยุคเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการขับขี่และช่วยในการระบายอากาศของรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ

การออกแบบคัลเลอร์บล็อกกิ้ง (color-blocking) หรือการเลือกสีที่ตัดกันอย่างสุดขั้วมาแมชกันเกิดลุคใหม่ที่แปลกตาทั้งภายนอกและภายใน ไฟหน้าแบบแยกกัน โดยใช้ไฟ LED ทรงตัว T สำหรับวิ่งกลางวัน ส่วนไฟท้ายรถใช้หลอดไฟ LED แบบ urban ที่จะช่วยเสริมความโดดเด่นและแตกต่างจากไฟหน้า นอกจากนี้ ยังใช้ล้อแม็กซ์สีตัดกันขนาด 18 นิ้ว

ภายในประกอบด้วยหน้าจอ HD ขนาด 10.25 นิ้วและเบาะแบบสปอร์ตที่โดดเด่นและเพิ่มสัมผัสแห่งเทคโนโลยีโลกอนาคต 

https://youtube.com/watch?v=6JqNSnZTTI4%3Ffeature%3Doembed

voiceofasean.com

Chery Automobile เป็นบริษัทผลิตรถยนต์จากประเทศจีน ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองอู๋หู มณฑลอานฮุย

Chery ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ในระยะแรกนั้นบริษัทมีสถานภาพเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เท่านั้น และสามารถจำหน่ายรถยนต์ที่ผลิตได้เฉพาะที่เมืองอู๋หูเท่านั้น (หุ้นส่วนใหญ่ของเฌอรี่ในขณะนั้นเป็นของรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองอู๋หู) ยังไม่ได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่ผลิตขึ้นได้ทั่วประเทศจีน ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 เมื่อเอสเอไอซี (ช่างไห่ออโตโมทีฟอินดัสทรีคอร์เปอเรชัน, Shanghai Automotive Industry Corporation) ซึ่งมีสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่ายรถทั่วประเทศอยู่ก่อนแล้ว ได้ลงทุนในเฌอรี่โดยซื้อหุ้นของเฌอรี่ 20% ทำให้เฌอรี่ได้รับสิทธิ์ในการผลิตรถยนต์จำหน่ายทั่วประเทศตามไปด้วย เฌอรี่เริ่มมีการผลิตรถยนต์แบบสำเร็จรูปทั้งคันเมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยเฌอรี่ได้สิทธิ์ในการใช้แชสซีส์ของรถยนต์ เซียต โทเลโด (Seat Toledo) โดยมีสิทธิ์ในการพัฒนารถของตนเองโดยใช้แชสซีส์ดังกล่าว

และในปีเดียวกันนั้นเอง เฌอรี่ส่งออกรถยนต์จำนวนหนึ่งเข้าไปจำหน่ายในประเทศซีเรีย ทำให้เป็นบริษัทรถยนต์จีนบริษัทแรกที่มีการส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศอื่น (ที่อยู่ไกลออกไปจากจีน) ในปีเดียวกันบริษัทเฌอรี่ผ่านการรับรองคุณภาพ ISO 9001 และในเดือนกันยายน พ.ศ. 2545 บริษัทผ่านการรับรองคุณภาพ ISO/TS 16949

ในปี พ.ศ. 2548 มีความร่วมมือกันระหว่างบริษัทเฌอรี่ กับบริษัทวิชันนารีวีฮิเคิลส์ (Visionary Vehicles) ซึ่งเป็นบริษัทของนายมัลคอล์ม บริคลิน (Malcolm Bricklin) โดยในช่วงนั้นมีแผนว่าจะเป็นบริษัทรถยนต์จีนรายแรกที่นำรถเข้าไปขายในสหรัฐอเมริกา แต่ต่อมาเกิดปัญหาบางประการ ทำให้แผนการดังกล่าวต้องล้มเลิกไป

รถยนต์เฌอรี่บางรุ่นได้รับการออกแบบโดยเบอร์โทเน (Bertone) หรือ พินินฟารินา ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เป็นบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงจากประเทศอิตาลี นอกจากนี้บริษัทเฌอรี่และบริษัทเอวีแอลจากประเทศออสเตรีย ได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องยนต์แบบต่าง ๆ ซึ่งผ่านมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 4 และมีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรวมอยู่ด้วย เครื่องยนต์เหล่านี้มีชื่อเรียกรวม ๆ ว่า ACTECO (ทางบริษัทสะกดชื่อเป็นตัวพิมพ์ใหญ่)

ongchedi.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published.