Nissan X-Trail e-POWER ได้เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 3,198,800 – 3,479,300 เยน หรือประมาณ 959,000 – 1,043,000 บาท

Nissan X-Trail e-POWER ใช้ภาษาการออกแบบ V-motion ล่าสุดของนิสสัน กระจังหน้าแบบ “V-shape” ชุบโครเมียม ไฟตัดหมอกสีร่เหลี่ยม ช่องระบายความร้อนรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

ด้านข้างตัวรถติดตั้งบังโคลนสีแดง หลังคาสีดำ+ตัวถังสีทอง (มีให้เลือก 12 สี Two-Tone 5 สี) ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 235/55 R19 สปอยเลอร์หลังสีดำ ไฟท้ายแบบ LED

ภายในห้องโดยสาร ติดตั้งหน้าปัด LCD ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอควบคุมตรงกลางขนาด 12.3 นิ้ว ลำโพงจาก BOSE คันเกียร์ขนาดเล็กทำให้พื้นที่ใต้คอนโซลกลางดูโล่งขึ้น จอแสดงผลแบบ Head-up Display ขนาด 10.8 นิ้ว เบาะหนัง Nappa พร้อมใช้วัสดุใหม่ Tailor Fit™ และ Cell-Cloth® ที่สามารถป้องกัน การซึมของเหงื่อ หรือน้ำซึมลงในเบาะ

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 154 แรงม้า ที่ 4,400-5,000 รอบต่อนาที แรงบิต 250 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบต่อนาที

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มอเตอร์ไฟฟ้าหน้าให้กำลัง 200 แรงม้า ที่ 4,739-5,623 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ที่ 0-3,505 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้าหลังให้กำลัง 134 แรงม้า ที่ 4,897-9,504 รอบต่อนาที แรงบิต 195 นิวตัน-เมตร ที่ 0-4,897 รอบต่อนาที ให้กำลังรวม 335 แรงม้า แรงบิต 525 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4orce

e-Power เจนเนอเรชั่นที่สองสร้างแรงบิดเพิ่มขึ้น 10% และกำลังสูงขึ้น 6% ซึ่งจะทำให้อัตราเร่งดีขึ้น ในขณะที่อินเวอร์เตอร์ใหม่มีขนาดเล็กลง 40% และเบาลง 30%

ระบบความปลอดภัย Nissan Safety Shield 360 เป็นมาตรฐานกับระบบป้องกันการชนพร้อมสัญญาณตรวจจับคนเดินถนน, ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง, ระบบเตือนเมื่อรถขับออกนอกเลน, ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา, ระบบเรด้าร์ที่ช่วยเตือนเมื่อมีรถวิ่งผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง เเละระบบช่วยปรับไฟสูงอัตโนมัติ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ProPilot พร้อม Navi-link , ระบบ Pro Pilot Park ระบบช่วยควบคุมการจอดรถอย่างมืออาชีพ

ประโยชน์ของ อี-พาวเวอร์ (e-POWER)

ขุมพลังแบบ อี-พาวเวอร์ (e-POWER) ให้แรงบิดมหาศาลในทันทีและคงที่ตลอดเวลาทำให้มีอัตราเร่งที่รวดเร็วแต่นุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีความเงียบในระหว่างการขับเคลื่อนเช่นเดียวกับนิสสัน ลีฟที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยในระบบ อี-พาวเวอร์ เครื่องยนต์สันดาปภายในจะไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถ จึงทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ในรถยนต์ไฮบริดทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในเมือง ซึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ยังให้ผู้ขับขี่ได้รับประโยชน์เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี (Battery Electric Vehicle – BEV) แต่สามารถลดความวิตกกังวลเมื่อต้องหาสถานีชาร์จไฟฟ้าได้อีกด้วย

Beijing, China – August 25, 2017. Road background of automobile advertising

Leave a Reply

Your email address will not be published.