Corolla Cross หน้าปัจจุบัน

ดูแล้วสดชื่นขึ้น เมื่อมีการตัดต่อภาพ Toyota Corolla Cross ใส่หน้า RAV4 แม้ว่ารุ่นดังกล่าวจะเป็นเพียงจินตนาการ แต่เป็นความคิดที่น่าสนใจไม่น้อยเหมือนยัด RAV4 ลงบนตัวถัง Corolla Cross อย่างลงตัว แต่ยังคงเอกลักษณ์คิ้วข้างของ Cross ไว้ เปลี่ยนแค่กระจังหน้า และกันชนหน้า ขอบคุณเครดิตภาพจาก FB : Rawipol Nop Noinuan‎

9 กรกฏาคม 2020 All-NEW Toyota Corolla Cross เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และเป็นครั้งแรกของโลก ระยะเวลารวม 1 เดือน สามารถทำยอดจองได้ถึง 5,443 คัน (ข้อมูลถึง 10 สิงหาคม 2020)

เป็นความสำเร็จของ Toyota ประเทศไทย ที่สามารถสร้างยอดจองได้ขนาดนี้ ขอย้ำว่านี้คือยอดจอง ไม่ใช่ยอดขาย

เบนซิน 1.8 ลิตร

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส 2ZR-FBEขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. Dual VVT-i กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 80.5 x 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.0 : 1 กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ทำงานคู่กับระบบ G AI Shift Control พร้อม Sequential Shift โหมด +/- ล็อคอัตราทด 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ความจุถังน้ำมัน 47 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E85

เบนซิน 1.8 Hybrid

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส 2ZR-FXE Atkinson cycle ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. VVT-i กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 80.5 x 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor แรงดันไฟฟ้า 600 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Nickel metal Hydride (Ni-MH) แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์ 28 Modules 6.5 Ah

  • ให้กำลังรวม 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า ความจุถังน้ำมัน 36 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20

เป็นการทดลองขับ Toyota RAV4 Prime Plug in Hybrid ครั้งแรกของโลก แสดงให้เห็นการออกแบบ ทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร และ สมรรถนะในการขับเคลื่อนผ่่าน VDO ช่อง youtube : CAR Droid นักวิจารณ์รถยนต์ในญี่ปุ่น

Toyota RAV4 Prime ราคาเริ่มต้น 38,100$ ประมาณ 1.2 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมค่าสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลกลาง 1,120$

  • ราคาสูงกว่า Mitsubishi Outlander PHEV เริ่ม 1.09 ล้านบาท

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด+มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 306 แรงม้า อัตราความเร็ว 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 6.2 วินาที ปล่อย CO2 เฉลี่ยน้อยกว่า 29g / k ติดตั้ง AWD-i มาตรฐาน (ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ) แบตเตอรี่มาตรฐาน WLTP ระบุว่าสามารถวิ่งได้ 65 กม. สามารถเข้าถึงความเร็วสูงสุดที่ 135 กม. / ชม. โดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

การออกแบบของ RAV4 ไฮบริดมีการปรับแต่งเล็กน้อย ไฟหน้า LED แบบ Bi-Beam กระจังหน้าตาข่ายสีดำเงา พร้อมตัวถังสีใหม่ Supersonic Red ล้อโครเมี่ยมหลังคาดำ ล้ออัลลอย 18 – 19 นิ้วแล้วแต่รุ่น

  • สามารถเลือกซื้อ RAV4 Prime XSE ไฟส่องสว่างกลางวันแนวตั้ง และล้ออัลลอย 19 นิ้วทูโทน ยังสามารถติดตั้งหลังคาสีดำได้อีกด้วย

ภายในห้องโดยสาร วัสดุหุ้มหนังดำเดินด้ายแดง และ โครเมี่ยม เบาะหนังสีดำคาดแดงพร้อมเดินด้ายแดง ทั้งคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง พวงมาลัย และแผงข้างประตู ติดตั้งหน้าจอควบคุมเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay® และ Android Auto, HUD หรือ Head-up Display ระบบอุ่นเบาะด้านหน้าและหลัง ประตูท้ายแบบพาวเวอร์ หลังคาพาโฯรามา ความจุสัมภาระคือ 520 ลิตร (18.3 ลูกบาศ์กฟุต) พื้นที่แบตเตอรี่ 60 ลิตร

  • สำหรับ $ 1,665 ประมาณ 52,900 บาท เพิ่มเติมลูกค้าสามารถรับแพ็คเกจ Weather & Moonroof พวงมาลัยระบบอุ่นด้านหลัง ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และ Moonroof
  • แพ็คเกจ Weather and Audio ราคา $ 2,435 ประมาณ 77,400 บาท ประกอบด้วยอุปกรณ์ดังกล่าวทั้งหมดรวมถึงระบบเครื่องเสียง JBL พรีเมียมระบบนำทางแบบไดนามิก ฟรี 3 ปี และ ระบบช่วยเหลือปลายทาง ฟรี 1 ปี
  • แพ็คเกจ Weather with Audio and Premium” ซึ่งมีราคา 5,760 ดอลลาร์ ประมาณ 183,000 บาท มีทั้งสองแพ็คเก็จดังกล่าว แต่เพิ่มเติม ระบบระบายความร้อน / ระบายอากาศที่นั่งผู้โดยสารแบบสี่ทิศทาง หลังคาพาโนรามา จอแสดงผลแบบ head-up, กระจกมองหลังแบบดิจิตอล, ประตูท้ายเปิดด้วยระบบสัมผัส กล้องรอบทิศ และ เต้าเสียบ 120V บริเวณพื้นที่เก็บสัมภาระ

ระบบความปลอดภัย Toyota’s Safety Sense system

  • ระบบเตือนผู้ขับขี่พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติก่อนจะเกิดการชน Pre-Collision System autonomous braking with pedestrian and cyclist detection
  • ระบบระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ full-speed Dynamic Radar Cruise Control (DRCC)
  • ระบบเตือนเมื่อรถและหน่วงพวงมาลัยเมื่อออกนอกเลน Lane Departure Alert (LDA) with steering assist
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam (AHB)
  • ระบบควบคุมรถบนเส้นทางไร้เส้นแบ่งเลนถนน Lane Tracing Assist (LTA)
  • ระบบควบคุมเฟืองท้ายอัตโนมัติ Trail Mode เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการยึดเกาะถนนและสามารถควบคุมรถยนต์ได้ดีในขณะที่วิ่งอยู่บนพื้นถนนที่ลื่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *